วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558



     เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผนแม่แบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ..    2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือกราประมวลผล การรับและการส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่
1.2    องค์ประกองของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย

1.2.1          ฮาร์ดแวร์ ( hardware )  หมายถึง  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ  เช่น คีย์บอร์ด ( Keyboard ) เมาส์ (mouse ) จอภาพ (monitor ) จอสัมผัส (touch screen ) ปากาแสง ( light pen ) เครื่องอ่านรหัสแท่ง ( barcode Reader ) เครื่องพิมพ์ ( printer ) ฮาร์ดดิสก์ ( hard disk ) รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และสายสัญญาณ
1.2.2          ซอฟต์แวร์ ( software ) หมายถึง โปรแกรม หรือ ชุดคำสั่ง ( instruction ) ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พ่วงต่อต่างๆ เพื่อให้ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรมหรือชุดคำสั่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ



1 ) ระบบปฏิบัติการ ( Operating   System:  OS ) เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังรูปที่ 1.5 โดยจะทำหน้าที่ดูแลและจัดการให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่ทำงานประสานกันอย่างมีระบบ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์ (Windows )       ลินุกซ์ ( Linux ) และเมคโอเอส ( Mac  OS ) ดังรูปที่ 1.6


รูปที่ 1.5 หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ




รูปที่ 1.6 ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ



2 ) โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities  program ) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทำงานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ให้มีความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมที่ใช้มนการจัดการข้อมูล ( file manager ) โปรแกรมที่ใช้ในการสำรองและเรียกคืนข้อมูล ( backup and restore )โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดข้อมูล ( file compression ) และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ของดิสก์ ( disk defragmenter ) ดังรูปที่ 1.7


รูปที่ 1.7 วิธีการเรียกใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์











3 ) โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ ( device driver ) เป็นโปรแกรมที่ใช้ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์ติดต่อและใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ  ดังรูป ที่ 1.8

รูปที่ 1.8 แสดงตัวอย่างการ์ดแสดงผลที่ต้องใช้ดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์
4 ) โปรแกรมแปลภาษา ( translator ) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ ดังรูปที่ 1.9 ตัวอย่างตัวแปลภาษา ตัวแปลภาษาซี

รูปที่ 1.9 ตัวแปลภาษาซี
     ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ( application  software ) หมายถึง ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก ( Basic ) ปาสคาล ( Pascal ) โคบอล ( Cobol ) ซี ( C ) ซีพลัสพลัส ( C++ ) และจาวา ( Java ) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งออกได้ตามตารางที่ 1.1

     1.2.3   ข้อมูล (data ) ข้อมูลจะถูกรวบรวมไว้เพื่อป้อนข้าคอมพิวเตอร์ โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ ( scanner ) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจักเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำ ( memory unit ) ก่อนที่จะถูกย้ายไปอยู่ที่หน่วยจักเก็บข้อมูล ( storage unit ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี ( Compact Disc: CD ) การป้องข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์  ดังรูปที่ 1.10



                                 
   
1.2.4          บุคลากร ( people ) บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ ในที่หมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ และบุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบสารสนเทศ ดังรูป 11.1 บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศจะต้องมีรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถทำงานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ใช้และสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆ อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์


รูปที่
1.11 บุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบสารสนเทศ
1.2.5  ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ( procedure ) ระบบสารสนเทศต้องมีระบบปฏิบัติงานที่เป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทำสำนำข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข้อมูลเกิดความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำรุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ควรได้รับการรวบรวมและจัดเก็บเป็นรูปเล่ม ของคู่มือการใช้งาน ดังรูปที่ 1.12




รูปที่  1.12  คู่มือการใช้งาน






องค์กรต่างๆ มีการลุงทุนจำนวนมากในการจัดหาระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาช่วยงานทั้งด้านการบริหารและจัดการงานทั่วไปขององค์กร โดยเน้นที่คุณภาพที่ระบบสารสนเทศและความคุ้มค่าในการลงทุน การใช้ระบบสารสนเทศโดยจะเริ่มจากการนำข้อมูลป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์  ระบบคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น  แล้วจึงส่งผลลัพธ์ออกมาให้กับผู้ใช้  ผู้ใช้ระบบสารสนเทศนั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง  หากผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์  ก็จะต้องย้อนมาพิจารณาเริ่มต้นที่ขั้นตอนการป้อนข้อมูลใหม่อีกครั้งว่า  ข้อมูลเข้า  และขั้นตอนอื่นๆ  มีความถูกต้อง  สมบูรณ์หรือไม่ 
   
      1.3 ประโยชน์และตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสรสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีส่วนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้คนในสังคมมีการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายและรวดเร็ว มีการทำกิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างรวมกันมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น

1.3.1  ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม
โอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการศึกษา 

1.การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สะดวกในการเดินทางสามารถได้รับการศึกษาเช่นเดียวกันกับผู้ที่อยู่ในเมือง
2.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ยิงช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวิทยา ภาษาต่างประเทศทำให้บทเรียนมีความหน้าสนใจมากขึ้น และเกิดความเข้าใจได้มากขึ้น เช่น การแสดงสถานการณ์จำลอง แบบจำลอง  แสงสี และเสียงประกอบสำนักเรียนสามารถเตรียมตัวก่อนเรียน หรือทบทวนบทเรียนด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้ที่มีเวลาว่าง
3.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตาหรืหู
1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เริ่มตั้งแต่การทำทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉันและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่น้ำยำ นอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนำมาใช้ถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง เช่น ดูเนื่องอกพยาธิเลือดออกในสมอง และต่อมาได้พัฒนาให้ถ่ายภาพหน้าตัดทั่วร่างกาย เรียกว่า  ซีเอที(CAT computerized  Axial tomography scanner :CAT scanner)ใช้วิธีฉายแสงเป็นจังหวะไปรอบๆ  ร่างกายของมนุษย์ ถ่ายเอกซเรย์และเครื่องรับแสงเอกซเรย์ที่อยู่ตรงข้ามจะเปลี่ยนแสงเอกซเรย์ให้เป็นสัญญาไฟฟ้าเก็บไวในจานแม่เหล็ก จากนั้นจะนำสัญญาณเหน่านี้ไปวิเคราะห์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และแสดงสัญญาลักษณ์เป็นภาพผ่านทางโทรทัศน์พิมพ์ภาพออกมาทางเครื่องพิมพ์ตัวอย่างเทคโนโลยีมสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังรูปที่ 1.16

รูปที่ 1.16 ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการแพทย์และสาธารณสุข
1.3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ในการเกษตรกรรม เช่น การจัดทำทะเบียนข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาในด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์ในอนาคตเพื่อใช้ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและไปอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและควบคุมการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต้องทำงานซ้ำๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ และ โรงงานแบตเตอรี่ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้า ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านอุตสาหกรรม

1.3.4 ด้านการเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้การเงินและการธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื้อแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข้าวสารการธนาคาร การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ด้านการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังรูปที่ 1.18 ทำให้สะดวกรวดเร็วต่อการดำเนินธุรกิจต่างๆ


1.3.5 ด้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสรับในงานการจรกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการคำนวณวิถีการโคจรของจรวดออกไปนอกอวกาศสำนักงานของตำรวจแห่งชาติมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทำทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้านความมั่นคง

1..3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลโดยการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทำให้สะดวกต่อผู้โดยสาร
           การเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทำเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบของการเช็คอินด้วยตัวเอง ดังรูปที่
1.20


1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือจำลองสภาวการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทินเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง ตัวอย่างซอฟต์แวร์คำนวณการเกิดแผ่นดินไหว

1.3.8 ด้านการพาณิชย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทำงาน ทำให้การประสานงานและการทำกิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วงงานในองค์กร หรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าซึ่งเป็นภาพพจน์ที่ดีขององค์กรที่มีต่อลูกค้าทั่วไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร ตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในด้านการพาณิชย์ เช่น การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และการตรวจสอบราคาสินค้าทางเครื่องอ่านราคาสินค้า 

1.4แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 1.4.1 ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว ( pager ) ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ มาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆ ได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูลสั้นๆ บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคลแบบดิจิทัล ( Personal Digital Assistant: PDA ) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส ( stylus ) คือ ใช้ปากกาป้อนข้อมูลทางหน้าจอ บางรุ่นสามารถสั่งการได้โดยเสียง ตัวอย่างอุปกรณ์สื่อสารและสารสนเทศแบบพกพา
 

     ในอนาคตอันใกล้ มนุษย์จะมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยใช้กันมากขึ้น นอกเหนือจากการพูดคุยแบบเห็นหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต มนุษย์สามารถพูดคุยเห็นหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันในค่าใช้จ่ายที่ถูกลง สามารถส่งข้อความภาพ และ เสียง ได้โดยง่าย สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังค้นหาข้อมูลโดยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยเว็บ ( Web 3.0 ) แทนที่จะเป็นการใช้คำสั่งเหมือนกับที่ใช้กันในปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นใหม่ 

     ดังนั้นอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในอนาคตมีแนวโน้มเป็นดังนี้ คือ มีขนาดเล็กลง พกพาได้ง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น เก็บข้อมูลได้มากขึ้ง ประมวลผลได้เร็วขึ้น ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น โดยมีการผนวกอุปกรณ์หลายๆ อย่างไว้ในเครื่องเดียว ( all-in-one ) ที่สำคัญอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นโดยอาศัยลายนิ้วมือหรือจอม่านตา แทนการพิมพ์รหัสผ่านแบบในปัจจุบัน ตัวอย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในยอนาคต

1.4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเตรือข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมักเป็นระบบที่ใช้คอมพาเตอร์และอุปกรณ์เพียงชุดเดียว ( stand along ) ดังรูปที่ 1.26 ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทำให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับให้บรนิการ ( client-server system ) โดยมีเครื่อให้บริการ ( aerver ) และเครื่อรับบริการ ( client )


      การให้บริการบนเว็บก็นำหลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำงานง่าย สะดวก รวดเร็ว เพระสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซร์ฟเวอร์ ( web server ) เป็นเครื่องให้บริการ


 เมื่อมีการใช้งานอินเตอร์ไปกันอย่างแพร่หลาย การพัฒนาระบบเครือข่ายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้โดยตรง โดยที่เครื่องให้บริการมีหน้าที่เพียงแค่เก็บตำแหน่งข้อมูลนั้นได้ เรียกระบบแบบนี้ว่าเครือข่ายระดับเดียวกัน  ( Peer-to-Peer network: P2P network ) 


  
  ปัจจุบันมีการใช้แลนไร้สาย ( wireless LAN ) ในสถาบันการศึกษา และองค์กรหลายแห่ง การให้บริการแลนไร้สาย หรือไวไฟ ( Wi-Fi ) ตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องดื่ม หรือห้องรับรองของโรงแรมใหญ่ๆ ภายใต้ความร่วมมือของผู้ให้บริการ ทำให้นักธุรกิจสามารถดำเนินธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ หรือบางรายการอาจซื้อระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีในการติดตามตำแหน่งรถด้วยจีพีเอส  ( Global Positioning System: GPS ) กับรถแท็กซี่เพื่อความภัยของทั้งผู้โดยสารและผู้ขับรถ ตัวอย่างการใช้งานระบบเครือข่ายแบบไร้สาย

1.4.3 ด้านเทคโนโลยี ระบบทำงานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนะนำเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจสอบหาวัตถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบที่ทำงานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ โดยเข้ามาแทนที่ตัวแทนของมนุษย์ มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างระบบจอดรดอัตโนมัติ

   
 พีเอ็นดี ( Personal Navigation Device: PND ) เป็นอุปกรณ์เพื่อช่วยในการนำทาง เสมือนผู้นำทางบนท้องถนนเพื่อให้เกิดความคลองตัว ค้นหาเส้นทางไปยังจุดหมายได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว หรือช่วยบริการเส้นทางการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถรายงานสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย
   

  เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ( Radio Frequency Identification: RFID ) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุเพื่อระบุเอกลักษณ์ของวัตถุ ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักสองส่วน คือ ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ ( electronics tag )และเครื่องอ่าน ( reader ) ตัวอย่างเช่น ในห้างสรรพสินค้ามีป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่สินค้าแต่ละชนิด และ มีเครื่องอ่านติดอยู่ที่ประตูทางออก หรือจุดชำระเงินเมื่อต้องการชำระเงินค้าสินค้าจากป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะทราบราคาสินค้าหรือถ้าลืมชำระเงินแล้วเดินผ่านประตูเครื่องอ่านก็จะส่งสัญญาณเตือน


1.5 ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
     ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อสนองความต้องการด้านต่างๆ ของผู้ใช้ในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น
ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงการทำงานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันว่า ไซเบอร์สเปซ ( cyber space ) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การพูดคุย การซื้อสินค้า และบริการ การทำงานผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง ( Virtual )เช่น เกมเสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทำให้ช่วยลกเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ตัวอย่างสภาพเสมือนจริง

     สำหรับเกมเสมือนจริง อาจสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างเกมกับชีวิตจริงอาจใช้ความรุนแรงเลียนแบบเกม และเกิดปัญหาอาชญากรรมตามที่เป็นข่าวในปัจจุบัน
     การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ( e-cash )การใช้เงินตราจะเริ่มเปลี่ยนรูปแบบเป็นการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้พกเงินสดน้อยลงเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆด้วยบัตรที่มีลักษณะเป็นบัตรสมาร์ต หรือสมาร์ตการ์ด ( smart card )  ซึ่งบัตรใบเดียวสามารถใช้ได้กับธุรกรรมหลายประเภท ตั้งแต่เป็นบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ บัตรประจำตัวพนักงานหรือบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ตลอดจนบัตรสมาชิกห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหารต่างๆ
      เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อาจมีผู้ประสงค์ร้ายลักลอบนำข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่ประจำตัวบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และรหัสที่ใช้ในการถอนเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ในทางที่ผิด เช่น ลักลอบเข้าสู่ฐานข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อโอนเงินเข้าสู่บัญชีของตัวเอง การโทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร หลอกให้ทำการโอนเงินจากบัญชีออกไปให้โดยบอกว่าจะทำการคืนเงินให้ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างการก่ออาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 

     บริการนำเสนอแบบตามคำขอหรือ ออนดีมานด์ ( on demand ) เป็นการเข้าถึงข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา เช่น การเลือกชมรายการโทรทัศน์ หรือฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ แทนการติดตามดูรายการโทรทัศน์ หรือฟังรายการวิทยุ ตามตารางที่ทางสถานีกำหนดไว้ล่วงหน้า

การศึกษาออนดีมานด์ ( education on demand ) เป็นการเปิดเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา ณ ที่ใด เวลาใดก็ได้ แล้วเลือกวิชาเรียนบทเรียนได้ ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของอีเลิร์นนิง ( e-Learning ) ตัวอย่างของการนำเสนอรายการโทรทัศน์แบบออนดีมานด์


   การได้รับเทคโนโลยีมากเกินไป ( technology overload ) การพัฒนาของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมีรูปแบบที่หลากหลายทำให้น่าสนใจ และสะดวกในการเข้าถึง สิ่งเหล่านี้เป็นแรงดึงดูดให้บุคคลเกิดความลุ่มหลงจนเกิดเป็นอาการติดเทคโนโลยี เช่น ติดการใช้โทรศัพท์มือถือ การถ่ายคลิป การเข้าถึงข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การส่งข้อความออนไลน์ การใช้อีเมล หรือการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพรวมถึงการทำลายสัมพันธภาพทางสังคม เช่น ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานได้ ผู้ติดเทคโนโลยีอาการในลักษณะเดียวกับผู้ติดสิ่งเสพติดอย่างการพนัน สุรา หรือยาเสพติด  เริ่มต้นจากการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มระดับการใช้งานเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนถึงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถหยุดการใช้งานเทคโนโลยีได้ เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อลืมโทรศัพท์มือถือหรืออยู่ในสถานที่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ถึงแม้จะตระหนักถึงผลที่ตามมาเป็นอย่างดีก็ตามดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้การเอาใจใส่ ติดตามการใช้เทคโนโลยีให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมส่งเสริมให้มีการใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ แทน การใช้งานเทคโนโลยีที่มากเกินไป

2)ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์ ( globalization ) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการของโทรทัศน์ที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมทั่วประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันที่ ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขตจำกัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น

 3)ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศร่วมกับการจัดเก็บข้อมูลน้ำทางทะเล ความสูงของคลื่นจากระดับเรดาร์ เป็นการศึกษาเพี่อหาสาเหตุ และนำข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม
     นอกจากนี้ในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบผสม ( hybrid engine ) เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุมให้เครื่องยนต์ลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการช่วยลดมลภาวะจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ เครื่องพิมพ์ ที่เสียหรือไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งต่างจากขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก และเศษอาหาร โดยในขยะอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นหนึ่งๆ มีส่วนประกอบที่เป็นโลหะและพลาสติก รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่ประกอบกันอย่างซับซ้อน ยากต่อการแยกออกมา โดยเฉพาะในแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีรายงานพบว่าขยะเหล่านี้นอกจากจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังปลดปล่อยสารพิษปะปนเข้าสู่สิ่งแวดล้อม การจะแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้วนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล จึงทำได้ยากมากกว่าขยะทั่วไป เพราะต้องมีขั้นตอนวิธีที่เหมาะสม จึงต้องมีการศึกษาอย่างระเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญและต้องจัดการอย่างมีระบบ ดังนั้นจึงควรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้คุ้มค่า จะซื้อใหม่เมื่ออุปกรณ์นั้นไม่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว และไม่เปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยๆ ตามกระแสนิยม ตัวอย่างขยะอิเล็กทรอนิกส์

1.6 ตัวอย่างอาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
     ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้านระบบเครือข่าย ทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยให้กับระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ดังนั้นองค์กรจึงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ และพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานด้านต่างๆ ขององค์กร ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
   

 นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ ( programmer )
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่นโปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า โปรแกรมที่ใช้เกี่ยวกับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้เกี่ยวกับงานขนาดใหญ่ขององค์กร
    
นักวิเคราะห์
(system analyst )
 ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
    
ผู้ดูแลบริหารฐานข้อมูล
( database administrator )
ทำหน้าที่จัดการและบริหารฐานข้อมูล ( database ) รวมถึงการออกแบบ บำรุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การกำหนดบัญชีผู้ใช้ การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
    
 ผู้ดูแลและบริหารระบบ
( system administrator )
ทำหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแลการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้งและการปรับปรุงซอฟต์แวร์ สร้าง ออกแบบและบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สำหรับองค์กรขนาดเล็กจำหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
    
     ดูแลและบริหารระบบเครือข่าย
( network administrator )
ทำหน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  และดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายขององค์กร เช่น ตรวจสอบการใช้งานเครือข่ายของพนักงานและติดตั้งโปรแกรมป้องกันผู้บุครุกเครือข่าย
   
 ผู้พัฒนาและบริหารระบบเว็บไซต์
( webmaster )
ทำหน้าที่ออกแบบพัฒนา ปรับปรุงและบำรุงรักษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
   
 เจ้าหน้าที่เทคนิค ( technician )
ทำหน้าที่ซ้อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตั้งโปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
    
นักเขียนเกม
( game maker )
ทำหน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันนี้การเขียนเกมคอมพิวเตอร์ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย


     เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผนแม่แบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ..    2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือกราประมวลผล การรับและการส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่
1.2    องค์ประกองของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ เป็นระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบสารสนเทศประกอบด้วย

1.2.1          ฮาร์ดแวร์ ( hardware )  หมายถึง  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ  เช่น คีย์บอร์ด ( Keyboard ) เมาส์ (mouse ) จอภาพ (monitor ) จอสัมผัส (touch screen ) ปากาแสง ( light pen ) เครื่องอ่านรหัสแท่ง ( barcode Reader ) เครื่องพิมพ์ ( printer ) ฮาร์ดดิสก์ ( hard disk ) รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเป็นเครือข่าย เช่น โมเด็ม ( modem ) และสายสัญญาณ
1.2.2          ซอฟต์แวร์ ( software ) หมายถึง โปรแกรม หรือ ชุดคำสั่ง ( instruction ) ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พ่วงต่อต่างๆ เพื่อให้ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรมหรือชุดคำสั่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ



1 ) ระบบปฏิบัติการ ( Operating   System:  OS ) เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังรูปที่ 1.5 โดยจะทำหน้าที่ดูแลและจัดการให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่ทำงานประสานกันอย่างมีระบบ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการ เช่น วินโดวส์ (Windows )       ลินุกซ์ ( Linux ) และเมคโอเอส ( Mac  OS ) 




2 ) โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities  program ) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทำงานของคอมพิวเตอร์ หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ให้มีความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมที่ใช้มนการจัดการข้อมูล ( file manager ) โปรแกรมที่ใช้ในการสำรองและเรียกคืนข้อมูล ( backup and restore )โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดข้อมูล ( file compression ) และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ของดิสก์ ( disk defragmenter ) 


3 ) โปรแกรมขับอุปกรณ์ หรือดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์ ( device driver ) เป็นโปรแกรมที่ใช้ช่วยในการติดตั้งระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์ติดต่อและใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ 
รูปที่ 1.8 แสดงตัวอย่างการ์ดแสดงผลที่ต้องใช้ดีไวซ์ไดร์ฟเวอร์
4 ) โปรแกรมแปลภาษา ( translator ) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้  ตัวอย่างตัวแปลภาษา ตัวแปลภาษาซี

     ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ( application  software ) หมายถึง ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์อาจเขียนขึ้นโดยใช้โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น เบสิก ( Basic ) ปาสคาล ( Pascal ) โคบอล ( Cobol ) ซี ( C ) ซีพลัสพลัส ( C++ ) และจาวา ( Java ) ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งออกได้ตามตารางที่ 1.1

     1.2.3   ข้อมูล (data ) ข้อมูลจะถูกรวบรวมไว้เพื่อป้อนข้าคอมพิวเตอร์ โดยผ่านอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ และสแกนเนอร์ ( scanner ) ข้อมูลต้องมีโครงสร้างในการจักเก็บที่เป็นระบบเพื่อการสืบค้นอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่ในหน่วยความจำ ( memory unit ) ก่อนที่จะถูกย้ายไปอยู่ที่หน่วยจักเก็บข้อมูล ( storage unit ) เช่น ฮาร์ดดิสก์ และแผ่นซีดี ( Compact Disc: CD ) การป้องข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ 



                                 
   
1.2.4      บุคลากร ( people ) บุคลากรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ ในที่หมายถึงบุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศ และบุคลากรที่เป็นผู้ใช้ระบบสารสนเทศ  บุคลากรที่เป็นผู้พัฒนาระบบสารสนเทศจะต้องมีรู้ความสามารถในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพให้สามารถทำงานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ ใช้และสะดวก ส่วนผู้ใช้ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการใช้งานระบบสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆ อย่างถูกต้องจึงจะเกิดสารสนเทศที่เป็นประโยชน์


1.2.5  ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ( procedure ) ระบบสารสนเทศต้องมีระบบปฏิบัติงานที่เป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ขั้นตอนการบันทึกข้อมูล ขั้นตอนการทำสำนำข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อข้อมูลเกิดความเสียหาย หรือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ เกิดการชำรุดเสียหาย ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ควรได้รับการรวบรวมและจัดเก็บเป็นรูปเล่ม


องค์กรต่างๆ มีการลุงทุนจำนวนมากในการจัดหาระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาช่วยงานทั้งด้านการบริหารและจัดการงานทั่วไปขององค์กร โดยเน้นที่คุณภาพที่ระบบสารสนเทศและความคุ้มค่าในการลงทุน การใช้ระบบสารสนเทศโดยจะเริ่มจากการนำข้อมูลป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์  ระบบคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น  แล้วจึงส่งผลลัพธ์ออกมาให้กับผู้ใช้  ผู้ใช้ระบบสารสนเทศนั้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง  หากผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์  ก็จะต้องย้อนมาพิจารณาเริ่มต้นที่ขั้นตอนการป้อนข้อมูลใหม่อีกครั้งว่า  ข้อมูลเข้า  และขั้นตอนอื่นๆ  มีความถูกต้อง  สมบูรณ์หรือไม่ 
   
      1.3 ประโยชน์และตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีสรสนเทศและการสื่อสาร
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีส่วนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้คนในสังคมมีการติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายและรวดเร็ว มีการทำกิจกรรมหลายสิ่งหลายอย่างรวมกันมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น

1.3.1  ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม
โอกาสทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการศึกษา
1.การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ทำให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลหรือไม่สะดวกในการเดินทางสามารถได้รับการศึกษาเช่นเดียวกันกับผู้ที่อยู่ในเมือง
2.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ยิงช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวิทยา ภาษาต่างประเทศทำให้บทเรียนมีความหน้าสนใจมากขึ้น และเกิดความเข้าใจได้มากขึ้น เช่น การแสดงสถานการณ์จำลอง แบบจำลอง  แสงสี และเสียงประกอบสำนักเรียนสามารถเตรียมตัวก่อนเรียน หรือทบทวนบทเรียนด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้ที่มีเวลาว่าง
3.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตาหรืหู
1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เริ่มตั้งแต่การทำทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉันและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่น้ำยำ นอกจากนี้ยังใช้ในห้องทดลอง การศึกษาและการวิจัยทางการแพทย์ งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี สามารถค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์ รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกลตลอดเวลาผ่านเครือข่ายการสื่อสาร เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า อีเอ็มไอสแกนเนอร์ (EMI scanner) ถูกนำมาใช้ถ่ายภาพสมองมนุษย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในสมอง เช่น ดูเนื่องอกพยาธิเลือดออกในสมอง และต่อมาได้พัฒนาให้ถ่ายภาพหน้าตัดทั่วร่างกาย เรียกว่า  ซีเอที(CAT computerized  Axial tomography scanner :CAT scanner)ใช้วิธีฉายแสงเป็นจังหวะไปรอบๆ  ร่างกายของมนุษย์ ถ่ายเอกซเรย์และเครื่องรับแสงเอกซเรย์ที่อยู่ตรงข้ามจะเปลี่ยนแสงเอกซเรย์ให้เป็นสัญญาไฟฟ้าเก็บไวในจานแม่เหล็ก จากนั้นจะนำสัญญาณเหน่านี้ไปวิเคราะห์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และแสดงสัญญาลักษณ์เป็นภาพผ่านทางโทรทัศน์พิมพ์ภาพออกมาทางเครื่องพิมพ์ตัวอย่างเทคโนโลยีมสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการแพทย์และสาธารณสุข 

1.3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ในการเกษตรกรรม เช่น การจัดทำทะเบียนข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาในด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์ในอนาคตเพื่อใช้ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและไปอันตรายต่อสุขภาพ เช่น โรงงานสารเคมี โรงผลิตและควบคุมการจ่ายไฟฟ้า รวมถึงงานที่ต้องทำงานซ้ำๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ และ โรงงานแบตเตอรี่ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้า ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านอุตสาหกรรม

1.3.4 ด้านการเงินการธนาคาร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้การเงินและการธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้านการบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื้อแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข้าวสารการธนาคาร การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ด้านการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สะดวกรวดเร็วต่อการดำเนินธุรกิจต่างๆ

1.3.5 ด้านความมั่นคง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการควบคุมประสานงานวงจรสื่อสารทหาร การแปลรหัสรับในงานการจรกรรมระหว่างประเทศ การส่งดาวเทียมและการคำนวณวิถีการโคจรของจรวดออกไปนอกอวกาศสำนักงานของตำรวจแห่งชาติมีศูนย์ประมวลข่าวสาร มีระบบจัดทำทะเบียนปืน ทะเบียนประวัติอาชญากร ทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้านความมั่นคง
1..3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีการเชื่อมโยงข้อมูลโดยการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทำให้สะดวกต่อผู้โดยสาร
           การเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทำเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบของการเช็คอินด้วยตัวเอง ดังรูปที่
1.20
 
1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือจำลองสภาวการณ์ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทินเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยการคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง ตัวอย่างซอฟต์แวร์คำนวณการเกิดแผ่นดินไหว


1.3.8 ด้านการพาณิชย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทำงาน ทำให้การประสานงานและการทำกิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วงงานในองค์กร หรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาปรับปรุงการให้บริการกับลูกค้าซึ่งเป็นภาพพจน์ที่ดีขององค์กรที่มีต่อลูกค้าทั่วไป สิ่งเหล่านี้นับเป็นโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร ตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในด้านการพาณิชย์ เช่น การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และการตรวจสอบราคาสินค้าทางเครื่องอ่านราคาสินค้า

1.4แนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
 1.4.1 ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากวิทยุเรียกตัว ( pager ) ซึ่งเป็นเครื่องรับข้อความ มาเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ได้ถูกพัฒนาจนสามารถใช้งานด้านอื่นๆ ได้ นอกจากการพูดคุยธรรมดา โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่สามารถใช้ถ่ายรูป ฟังเพลง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ บันทึกข้อมูลสั้นๆ บางรุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องช่วยงานส่วนบุคคลแบบดิจิทัล ( Personal Digital Assistant: PDA ) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบสัมผัส ทำให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น บางรุ่นมีอุปกรณ์สไตลัส ( stylus ) คือ ใช้ปากกาป้อนข้อมูลทางหน้าจอ บางรุ่นสามารถสั่งการได้โดยเสียง ตัวอย่างอุปกรณ์สื่อสารและสารสนเทศแบบพกพา

     ในอนาคตอันใกล้ มนุษย์จะมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยใช้กันมากขึ้น นอกเหนือจากการพูดคุยแบบเห็นหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต มนุษย์สามารถพูดคุยเห็นหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ให้สามารถติดต่อสื่อสารกันในค่าใช้จ่ายที่ถูกลง สามารถส่งข้อความภาพ และ เสียง ได้โดยง่าย สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังค้นหาข้อมูลโดยภาษาที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยเว็บ ( Web 3.0 ) แทนที่จะเป็นการใช้คำสั่งเหมือนกับที่ใช้กันในปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพารุ่นใหม่

     ดังนั้นอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในอนาคตมีแนวโน้มเป็นดังนี้ คือ มีขนาดเล็กลง พกพาได้ง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น เก็บข้อมูลได้มากขึ้ง ประมวลผลได้เร็วขึ้น ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น โดยมีการผนวกอุปกรณ์หลายๆ อย่างไว้ในเครื่องเดียว ( all-in-one ) ที่สำคัญอุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงสามารถสั่งการด้วยเสียงได้ นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นโดยอาศัยลายนิ้วมือหรือจอม่านตา แทนการพิมพ์รหัสผ่านแบบในปัจจุบัน ตัวอย่างอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในยอนาคต

1.4.2 ด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเตรือข่ายคอมพิวเตอร์ในอดีตมักเป็นระบบที่ใช้คอมพาเตอร์และอุปกรณ์เพียงชุดเดียว ( stand along ) ดังรูปที่ 1.26 ต่อมามีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายในองค์กร เพื่อทำให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน จนเกิดเป็นระบบรับให้บรนิการ ( client-server system ) โดยมีเครื่อให้บริการ ( aerver ) และเครื่อรับบริการ ( client )

      การให้บริการบนเว็บก็นำหลักการของระบบรับ-ให้บริการมาใช้ช่วยให้การทำงานง่าย สะดวก รวดเร็ว เพระสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีเว็บเซร์ฟเวอร์ ( web server ) เป็นเครื่องให้บริการ

 เมื่อมีการใช้งานอินเตอร์ไปกันอย่างแพร่หลาย การพัฒนาระบบเครือข่ายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้โดยตรง โดยที่เครื่องให้บริการมีหน้าที่เพียงแค่เก็บตำแหน่งข้อมูลนั้นได้ เรียกระบบแบบนี้ว่าเครือข่ายระดับเดียวกัน  ( Peer-to-Peer network: P2P network ) 
  ปัจจุบันมีการใช้แลนไร้สาย ( wireless LAN ) ในสถาบันการศึกษา และองค์กรหลายแห่ง การให้บริการแลนไร้สาย หรือไวไฟ ( Wi-Fi ) ตามห้างสรรพสินค้า ร้านขายเครื่องดื่ม หรือห้องรับรองของโรงแรมใหญ่ๆ ภายใต้ความร่วมมือของผู้ให้บริการ ทำให้นักธุรกิจสามารถดำเนินธุรกรรมผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ หรือบางรายการอาจซื้อระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีในการติดตามตำแหน่งรถด้วยจีพีเอส  ( Global Positioning System: GPS ) กับรถแท็กซี่เพื่อความภัยของทั้งผู้โดยสารและผู้ขับรถ ตัวอย่างการใช้งานระบบเครือข่ายแบบไร้สาย
1.4.3 ด้านเทคโนโลยี ระบบทำงานอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองจะเข้ามาแทนที่มากขึ้น เช่น ระบบแนะนำเส้นทางจราจร ระบบจอดรถ ระบบตรวจสอบหาวัตถุ ระบบควบคุมความปลอดภัยภายในอาคาร ระบบที่ทำงานอัตโนมัติเช่นนี้ อาจกลายเป็นระบบหลักในการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ โดยเข้ามาแทนที่ตัวแทนของมนุษย์ มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างกว้างขวางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างระบบจอดรดอัตโนมัติ

   
 พีเอ็นดี ( Personal Navigation Device: PND ) เป็นอุปกรณ์เพื่อช่วยในการนำทาง เสมือนผู้นำทางบนท้องถนนเพื่อให้เกิดความคลองตัว ค้นหาเส้นทางไปยังจุดหมายได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว หรือช่วยบริการเส้นทางการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถรายงานสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย
   

  เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ( Radio Frequency Identification: RFID ) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุเพื่อระบุเอกลักษณ์ของวัตถุ ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักสองส่วน คือ ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ ( electronics tag )และเครื่องอ่าน ( reader ) ตัวอย่างเช่น ในห้างสรรพสินค้ามีป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่สินค้าแต่ละชนิด และ มีเครื่องอ่านติดอยู่ที่ประตูทางออก หรือจุดชำระเงินเมื่อต้องการชำระเงินค้าสินค้าจากป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะทราบราคาสินค้าหรือถ้าลืมชำระเงินแล้วเดินผ่านประตูเครื่องอ่านก็จะส่งสัญญาณเตือน


1.5 ความเปลี่ยนแปลงจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
     ความก้าวหน้าของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อสนองความต้องการด้านต่างๆ ของผู้ใช้ในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั่วโลกประมาณพันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ดังกล่าวได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ทั้งที่เกิดประโยชน์และโทษ เช่น


ด้านสังคม สภาพเสมือนจริง การใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงการทำงานต่างๆ จนเกิดเป็นสังคมที่ติดต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันว่า ไซเบอร์สเปซ ( cyber space ) ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การพูดคุย การซื้อสินค้า และบริการ การทำงานผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดสภาพที่เสมือนจริง ( Virtual )เช่น เกมเสมือนจริง ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งทำให้ช่วยลกเวลาในการเดินทางและสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ตัวอย่างสภาพเสมือนจริง

     สำหรับเกมเสมือนจริง อาจสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ที่ไม่สามารถแยกแยะระหว่างเกมกับชีวิตจริงอาจใช้ความรุนแรงเลียนแบบเกม และเกิดปัญหาอาชญากรรมตามที่เป็นข่าวในปัจจุบัน


     การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ( e-cash )การใช้เงินตราจะเริ่มเปลี่ยนรูปแบบเป็นการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้พกเงินสดน้อยลงเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆด้วยบัตรที่มีลักษณะเป็นบัตรสมาร์ต หรือสมาร์ตการ์ด ( smart card ) ซึ่งบัตรใบเดียวสามารถใช้ได้กับธุรกรรมหลายประเภท ตั้งแต่เป็นบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ บัตรประจำตัวพนักงานหรือบัตรประจำตัวนักเรียน นักศึกษา บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ตลอดจนบัตรสมาชิกห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหารต่างๆ


      เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น อาจมีผู้ประสงค์ร้ายลักลอบนำข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่ประจำตัวบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และรหัสที่ใช้ในการถอนเงิน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ในทางที่ผิด เช่น ลักลอบเข้าสู่ฐานข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อโอนเงินเข้าสู่บัญชีของตัวเอง การโทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร หลอกให้ทำการโอนเงินจากบัญชีออกไปให้โดยบอกว่าจะทำการคืนเงินให้ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างการก่ออาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

     บริการนำเสนอแบบตามคำขอหรือ ออนดีมานด์ ( on demand ) เป็นการเข้าถึงข้อมูลตามความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา เช่น การเลือกชมรายการโทรทัศน์ หรือฟังรายการวิทยุย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ แทนการติดตามดูรายการโทรทัศน์ หรือฟังรายการวิทยุ ตามตารางที่ทางสถานีกำหนดไว้ล่วงหน้า
    

การศึกษาออนดีมานด์ ( education on demand ) เป็นการเปิดเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา ณ ที่ใด เวลาใดก็ได้ แล้วเลือกวิชาเรียนบทเรียนได้ ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของอีเลิร์นนิง ( e-Learning ) ตัวอย่างของการนำเสนอรายการโทรทัศน์แบบออนดีมานด์

  การได้รับเทคโนโลยีมากเกินไป ( technology overload ) การพัฒนาของเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยมีรูปแบบที่หลากหลายทำให้น่าสนใจ และสะดวกในการเข้าถึง สิ่งเหล่านี้เป็นแรงดึงดูดให้บุคคลเกิดความลุ่มหลงจนเกิดเป็นอาการติดเทคโนโลยี เช่น ติดการใช้โทรศัพท์มือถือ การถ่ายคลิป การเข้าถึงข้อมูลในอินเทอร์เน็ต การส่งข้อความออนไลน์ การใช้อีเมล หรือการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพรวมถึงการทำลายสัมพันธภาพทางสังคม เช่น ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานได้ ผู้ติดเทคโนโลยีอาการในลักษณะเดียวกับผู้ติดสิ่งเสพติดอย่างการพนัน สุรา หรือยาเสพติด ดังรูปที่ 1.35 เริ่มต้นจากการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพิ่มระดับการใช้งานเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนถึงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถหยุดการใช้งานเทคโนโลยีได้ เกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อลืมโทรศัพท์มือถือหรืออยู่ในสถานที่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ถึงแม้จะตระหนักถึงผลที่ตามมาเป็นอย่างดีก็ตามดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้การเอาใจใส่ ติดตามการใช้เทคโนโลยีให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมส่งเสริมให้มีการใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ แทน การใช้งานเทคโนโลยีที่มากเกินไป

2)ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารส่งผลให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์ ( globalization ) เพราะสามารถชมข่าว ชมรายการของโทรทัศน์ที่ส่งกระจายผ่านดาวเทียมทั่วประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารได้ทันที่ ใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันระบบเศรษฐกิจซึ่งแต่เดิมมีขอบเขตจำกัดภายในประเทศ ก็กระจายเป็นเศรษฐกิจโลก เกิดกระแสการหมุนเวียนแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกจึงเชื่อมโยงและผูกพันกันมากขึ้น
 3)ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีประโยชน์ในด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศร่วมกับการจัดเก็บข้อมูลน้ำทางทะเล ความสูงของคลื่นจากระดับเรดาร์ เป็นการศึกษาเพี่อหาสาเหตุ และนำข้อมูลมาวางแผนและสร้างระบบเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ละแห่งได้อย่างเหมาะสม
     นอกจากนี้ในรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบผสม ( hybrid engine ) เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุมให้เครื่องยนต์ลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการช่วยลดมลภาวะจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


     ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ เครื่องพิมพ์ ที่เสียหรือไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งต่างจากขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก และเศษอาหาร โดยในขยะอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นหนึ่งๆ มีส่วนประกอบที่เป็นโลหะและพลาสติก รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่ประกอบกันอย่างซับซ้อน ยากต่อการแยกออกมา โดยเฉพาะในแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีรายงานพบว่าขยะเหล่านี้นอกจากจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังปลดปล่อยสารพิษปะปนเข้าสู่สิ่งแวดล้อม การจะแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้วนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล จึงทำได้ยากมากกว่าขยะทั่วไป เพราะต้องมีขั้นตอนวิธีที่เหมาะสม จึงต้องมีการศึกษาอย่างระเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญและต้องจัดการอย่างมีระบบ ดังนั้นจึงควรใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้คุ้มค่า จะซื้อใหม่เมื่ออุปกรณ์นั้นไม่สามารถซ่อมแซมได้แล้ว และไม่เปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ่อยๆ ตามกระแสนิยม ตัวอย่างขยะอิเล็กทรอนิกส์
1.6 ตัวอย่างอาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
     ตลาดแรงงานต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแท้จริง ซึ่งงานด้านนี้จะรวมถึง งานด้านการออกแบบโปรแกรมต่างๆ โปรแกรมใช้งานบนเว็บ งานด้านการเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ งานด้านฐานข้อมูล งานด้านระบบเครือข่าย ทั้งในและนอกองค์กร รวมถึงการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยให้กับระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ดังนั้นองค์กรจึงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการ และพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานด้านต่างๆ ขององค์กร ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น
   

 นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ ( programmer )
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่นโปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า โปรแกรมที่ใช้เกี่ยวกับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้เกี่ยวกับงานขนาดใหญ่ขององค์กร
    
นักวิเคราะห์
(system analyst )
 ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย
    
ผู้ดูแลบริหารฐานข้อมูล
( database administrator )
ทำหน้าที่จัดการและบริหารฐานข้อมูล ( database ) รวมถึงการออกแบบ บำรุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การกำหนดบัญชีผู้ใช้ การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้
    
 ผู้ดูแลและบริหารระบบ
( system administrator )
ทำหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแลการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้งและการปรับปรุงซอฟต์แวร์ สร้าง ออกแบบและบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สำหรับองค์กรขนาดเล็กจำหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย
    
     ดูแลและบริหารระบบเครือข่าย
( network administrator )
ทำหน้าที่บริหารและจัดการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์  และดูแลรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายขององค์กร เช่น ตรวจสอบการใช้งานเครือข่ายของพนักงานและติดตั้งโปรแกรมป้องกันผู้บุครุกเครือข่าย
   
 ผู้พัฒนาและบริหารระบบเว็บไซต์
( webmaster )
ทำหน้าที่ออกแบบพัฒนา ปรับปรุงและบำรุงรักษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
   
 เจ้าหน้าที่เทคนิค ( technician )
ทำหน้าที่ซ้อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ติดตั้งโปรแกรม หรือติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในองค์กร
    
นักเขียนเกม
( game maker )
ทำหน้าที่เขียนหรือพัฒนาโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันนี้การเขียนเกมคอมพิวเตอร์ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย